Bookmark and Share

สุวัจน์:อึกอักไม่รู้เรื่อง ผสมพันธุ์สุรวุฒิ เสียงยี้กระหึ่มเมือง อ่านความคิดเห็นหมอศุภผลต่อข่าวยี้ PDF พิมพ์ อีเมล
ข่าวเด่น จากประชาชนอีสาน 19 จังหวัด - ประชาชนภาคอีสาน 19 จังหวัด
เขียนโดย sptthai   

watwut_112111167.jpg ป้ายหรากลางเมือง สุรวุฒิจับสุวัจน์มาเคียงคู่ ประชาชนกังขาส่อเจตนาฮั้วการเมือง แต่หัวหน้าพรรคเชื่อไม่ใช่ อัสนีพี่ชายบอกไม่รู้เรื่อง ส่วนสุรวุฒิตอบได้แค่ปชช.ต้องการเห็นสมานฉันท์ ด้านอดีตรองนายกรัฐมนตรีตะกุกตะกักบอกว่า ยังไม่เห็น เพราะไม่ได้มาโคราช คอการเมืองสุดเซ็ง เบนเข็มไปพรรคอื่น สุวัจน์คะแนนตกฮวบฮาบ

จาก กรณีที่นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา ขึ้นป้ายประชา สัมพันธ์การจัดงานตรุษจีนประจำปี ๒๕๕๓ บริเวณห้าแยกหัวรถไฟ(ห้าแยกนิ๊งหน่อง) ในเขตเทศบาลนครฯ เป็นพื้นที่ที่นายสุรวุฒิใช้ประชาสัมพันธ์กิจกรรมเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ของ ตัวเองเป็นประจำ แต่ประมาณเมื่อวันศุกร์ที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๓ ได้นำภาพของนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา และประธานกลุ่มโคราชชาติพัฒนา ซึ่งถือเป็นคู่แข่งทางการเมืองสำคัญตลอดมาของกลุ่มประสานมิตรขึ้นเคียงข้าง พร้อมข้อความขนาดใหญ่ว่า “ความร่ำรวย มั่งคั่ง เกิดจากความประหยัด” และมีตราเทศบาลนครราชสีมา และข้อความเล็กๆ ด้านล่างว่า “ซิน เจีย ยู่ อี่ ซิน นี่ ฮวด ใช้” โดยอัสนีดีไซน์ เป็นผู้จัดทำ จึงเป็นประเด็นให้วิพากษ์วิจารณ์ในกลุ่มผู้สนใจการเมืองและประชาชนทั่วไป อย่างกว้างขวางว่า อาจจะมีการฮั้ว(สมยอม) การเมืองเกิดขึ้นระหว่างพรรคการเมืองกับกลุ่มการเมืองท้องถิ่น

หน.พรรคอ้างไม่เกี่ยวการเมือง

วัน ที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ “โคราชรายวัน คนอีสาน” สอบถามไปยังนายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และหัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ได้รับการเปิดเผยเพียงสั้นๆ ว่า “ผมมองว่าไม่ใช่ประเด็นอะไรที่ควรนำเสนอ และไม่ทราบถึงกรณีป้ายนี้แต่อย่างใด เพราะฉะนั้นคงไม่มีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เข้าใจว่า สาเหตุที่ขึ้นป้ายเพราะนายสุรวุฒิต้องการเชิญให้นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เป็นประธานในพิธีเปิดเทศกาลตรุษจีนเท่านั้น ผมเชื่อว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องทางการเมืองแต่อย่างใด ไม่ได้รวมกลุ่มกันทางการเมืองอย่างที่ประชาชนสงสัยอย่างแน่นอน”

รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวต่อไปว่า เรื่องนี้ไม่มีการพูดคุยกันภายในแต่อย่างใด และไม่ได้ประกาศให้ประชาชนทราบว่าเป็นการรวมกลุ่มทางการเมืองระหว่างสองขั้ว ทั้งสองฝ่ายยังเป็นคู่แข่งทางการเมืองอยู่เหมือนเดิม อีกทั้ง ตนไม่ทราบรายละเอียดมากนัก เพราะเทศบาลนครฯ เป็นผู้จัดงาน และไม่ทราบว่าเหตุใดจึงมาชวนนายสุวัจน์ไปเป็นประธานเปิดงาน ถ้าอยากทราบต้องไปถามเทศบาลนครฯ แต่ตนขอยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการรวมกลุ่มทางการเมืองอย่างแน่นอน

ลูกพรรคชื่นชม‘สมานฉันท์’

ด้าน นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ ส.ส.พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า สำหรับป้ายดังกล่าวนั้น ส่อให้ดูเหมือนว่าจับมือกับทางกลุ่มเชิดชัยนั้น ตนดีใจที่เห็นป้ายดังกล่าว เพราะบ่งบอกถึงการสมานฉันท์ระหว่างกลุ่มการเมือง อีกทั้ง พรรคของตนมีชื่อว่า “รวมใจไทยชาติพัฒนา” เพราะฉะนั้น ต้องร่วมกันทำงานชาติถึงจะพัฒนา แต่ทั้งนี้ ยอมรับว่ามีข่าวลือเรื่องนี้มาก่อนว่าจะรวมตัวกัน แต่ทั้งนี้ในข่าวลือนี้ก็มีความจริงเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น ตนก็พยายามที่จะติดต่อประสานไปยังผู้ใหญ่ถึงเรื่องดังกล่าว แต่ก็ยังไม่ได้รับคำยืนยันที่แน่นอนว่าจะมีการรวมกลุ่มกันจริง แต่ตนเชื่อว่าในอนาคตข้างหน้าก็ต้องมีการแข่งขันกันอีกอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้มีภาพดังกล่าวออกมาก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะสังคมจะได้เห็นถึงความสามัคคี

นาย สมชัย กล่าวต่อไปว่า ความชัดเจนในการร่วมมือกันในอนาคตระหว่างสองกลุ่มการเมืองดังกล่าวนั้น หากตั้งใจจะร่วมมือกันจริงๆ ก็คงไม่จำเป็นต้องมาแสดงออกในรูปแบบดังกล่าวก็ได้ แต่ในภาพนี้ต้องการบ่งบอกถึงการแสดงมิตรไมตรีต่อกันระหว่างสองกลุ่ม หรือการขยายวงให้ขัดแย้งกันนั้น มีกลุ่มคนมาทำอยู่แล้ว แต่เรื่องที่จะสร้างความสมานฉันท์ให้สังคมรับทราบก็ยังไม่มีใครออกมาทำ ดังนั้น เรื่องป้ายดังกล่าวจึงถือว่าเป็นการบ่งบอกถึงความสามัคคีในสังคมอย่างชัดเจน เป็นการลดความร้อนแรงในการต่อสู้กันทางการเมือง ทั้งนี้ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงภายในพรรคบ้าง เช่นเรื่องของชื่อพรรค ที่พูดคุยกันว่าอาจจะทำให้สั้นลง และเปลี่ยนจากเดิมไป เพราะชื่อที่ใช้อยู่ปัจจุบันก็อาจจะไปซ้ำกับพรรคอื่น หรืออาจจะกลับไปใช้ให้ใกล้เคียงกับชื่อชาติพัฒนาเหมือนเดิม

บทเรียนที่ประชาชนต้องจำ

นาย พิเชฏฐ์ พัฒนโชติ อดีตส.ว.นคร ราชสีมา และอดีตผู้สมัครส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เขต ๑ นครราชสีมา เปิดเผยว่า ตนไม่ทราบว่าป้ายดังกล่าวมีความหมายว่าอย่างไร แต่เข้าใจว่าเป็นการเตรียมงานตรุษจีนที่กำลังจะมาถึง แต่ยอมรับว่าเบื้องแรกที่เห็นป้ายก็ตกใจ เพราะไม่น่าเชื่อว่าบุคคลทางการเมืองทั้ง ๒ คน คือนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และนายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีฯ ซึ่งอยู่กันคนละขั้วการเมืองอย่างชัดเจน จะสามารถมาอยู่ในป้ายเดียวกันได้ และเป็นที่ทราบกันดีว่า บริเวณที่ติดป้ายดังกล่าว เป็นพื้นที่ของตระกูลเชิดชัย ซึ่งทางเทศบาลนครฯ ได้ใช้ประโยชน์ในการประชาสัมพันธ์โฆษณาตลอดมา ในความเห็นของตน น่าจะเป็นการโยนหินถามทาง เพื่อให้ประชาชนเกิดความสงสัย และให้คิดว่าถ้ารวมตัวกัน ประชาชนชาวโคราชจะรับได้หรือไม่ หรืออาจจะสร้างภาพว่าจับมือกันแล้ว ไม่ต้องการแข่งขันทางการเมืองอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม ตนไม่อยากจะไปวิจารณ์เรื่องดังกล่าวมากนัก เพราะยังไม่มีการประกาศรวมกลุ่มกันอย่างแน่ชัด แต่ตนเชื่อว่าต้องมีผลทางการเมืองอย่างแน่นอน

นาย พิเชฏฐ์ กล่าวต่อไปว่า เจตนาในเรื่องดังกล่าว อาจจะเป็นการหาแนวร่วมในการทำงานทางการเมืองร่วมกัน และต้องมีผลประโยชน์บางอย่างแอบแฝงอย่างแน่นอน เนื่องจากแต่เดิมไม่เคยเห็นทั้งคู่ หรือแม้แต่คนของทั้งสองกลุ่มการเมืองเข้าทำงานร่วมกัน ส่วนที่ว่าหากมีการรวมกลุ่มกันอย่างชัดเจนนั้น สาเหตุตนคิดว่า น่าจะมาจากพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ของนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ปัจจุบันนี้ไม่มีอำนาจ หรือไม่ได้รับความนิยมในสังคมไทยมากนัก ถ้าไม่ได้ที่โคราช มองไปที่อื่นก็แทบจะไม่ได้รับความนิยมเช่นเดียวกัน แม้ทางกลุ่มของนายสุรวุฒิ เชิดชัย ลูกชายเจ๊เกียว(นางสุจินดา เชิดชัย) จะยึดติดอยู่กับพรรคเพื่อไทย แต่ก็ได้รับความนิยมแต่ในเขตเทศบาลนครฯ เท่านั้น ดังนั้น จึงอาจจะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่หยุดการแข่งขันกัน เพื่อมุ่งหวังหาประโยชน์เข้าหากลุ่มการเมือง

“ประเด็น นี้ จะเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ประชาชนชาวโคราชจะต้องเสียผลประโยชน์ เพราะการ กระทำดังกล่าวหากมีการรวมกลุ่มทางการเมืองจริง ก็จะเป็นเรื่องของผลประโยชน์ทางการเมืองอย่างแน่นอน ซึ่งเป็นผลประโยชน์ที่เกี่ยวกับกับกลุ่มการเมือง ไม่ได้ทำเพื่อประชาชน จึงถือเป็นอีกหนึ่งบทเรียนที่ประชาชนจะต้องจดจำไว้ เพราะนักการเมือง ถึงอย่างไรก็ต้องนึกถึงผลประโยชน์ของตนเองไว้ก่อน ถึงแม้จะเป็นศัตรูทางการเมืองกันมานาน เมื่อถึงเวลาที่ต้องคิดถึงผลประโยชน์ก็สามารถทำอะไรได้ทั้งนั้น” นายพิเชฏฐ์ กล่าว

‘สุรวุฒิ’ ก็อ้างสมานฉันท์

ส่วน นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา เปิดเผยว่า กับเรื่องดังกล่าวนั้น ตนต้องการให้ภาพออกมาเป็นการสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในสังคม เพราะปัจจุบันสังคมเรามีความแตกแยกกันอย่างมาก จึงเป็นสิ่งดีที่นักการเมืองซึ่งถูกมองว่าเป็นคนละขั้วกันทำเป็นแบบอย่างให้ กับสังคมได้รับรู้ว่า ขนาดนักการเมืองยังมีความสามัคคีกัน จึงเป็นเหตุผลหลักที่ต้องการสื่อความหมายดังกล่าวออกไปทางแผ่นป้ายประชา สัมพันธ์

“โคราชรายวัน คนอีสาน” สอบถามต่อไปว่า เป็นการประกาศอย่างชัดเจนว่าเป็นการรวมกลุ่มทางการเมืองใช่หรือไม่ แต่นายสุรวุฒิ ตอบว่า “ผมคิดว่าเหตุผลดังกล่าวน่าจะเพียงพอแล้ว สำหรับคำถามดังกล่าวนั้น เอาไว้ให้ผมนึกคำตอบออกก่อน แล้วจะแจ้งให้ทราบต่อไป” จากนั้นก็วางโทรศัพท์ไปทันที

อัสนียอมรับแดงแจ๊ด น้องแค่ชมพู

เวลา ประมาณ ๑๘.๐๐ น. นายอัสนี เชิดชัย ส.ส.สัดส่วน กลุ่มพรรคเพื่อไทย พี่ชายของนายสุรวุฒิ เชิดชัย เปิดเผยกับ “โคราชรายวัน คนอีสาน” ว่า “ผมไม่รู้เรื่องนี้ด้วย แต่หากจะถามความคิดเห็นส่วนตัวก็คิดว่าดี อย่างน้อยก็ทำให้การบริหารงานเทศบาลง่ายขึ้น ผมก็งงๆ เคยคิดจะถามว่าทำไมไม่เอารูปผู้ว่าฯ เช่นเมื่อครั้งที่เอาเหน่ง(นายจีรวัฒน์ ศิริวิกุล อดีตส.ท.กลุ่มโคราชชาติพัฒนา) มาเป็นรองนายกเทศมนตรี ผมก็เคยถามว่า ทำไมต้องเป็นคนนี้ เป็นคนอื่นไม่ได้หรือ? แต่นายสุรวุฒิกลับบอกว่า ‘เออนะๆ’ แล้วก็เดินหนี ส่วนงานตรุษจีนปีนี้ทำไมไม่เชิญผม แต่ไปเชิญพรรคอื่นมาเป็นประธาน ผมก็งง ผมก็ไม่ไป จะไปได้ไง ถ้าไปมีหวังถูกไล่ออกจากพรรคทั้งผัวทั้งเมียแน่”

เมื่อ “โคราชรายวัน คนอีสาน” ถามอีกว่า ไม่ทราบได้อย่างไรในเมื่อป้ายนี้ ‘อัสนีดีไซน์’ เป็นผู้จัดทำขึ้น นายอัสนีจึงบอกว่า “เขามาจ้างทำ เรื่องนี้ต้องไปถามภาณุ(เล็กสุนทร)” พร้อมกันนี้นายอัสนียังย้ำว่า “ในส่วนของนายสุรวุฒิซึ่งบริหารเทศบาลนั้น เป็นสีชมพู ซึ่งเรื่องของเทศบาลต้องไปถามเขา แต่ของผมนั้นเป็นสีแดงแจ๊ด และพร้อมสู้ทุกเขตเลือกตั้งส.ส. ตรียมผู้สมัครครบแล้วทั้ง ๑๖ คน โดยเฉพาะในเขต ๑ มี ๓ คนล้วนแต่จบดอกเตอร์ทั้งสิ้น เพราะคำนึงว่า ประชาชนในเขต ๑ เป็นคนที่มีภูมิความรู้ จึงต้องจัดหาคนที่มีความรู้มานำเสนอ”

สุวัจน์ : ตะกุกตะกัก ‘ผมไม่ทราบ’

ล่า สุดวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ เวลา ๐๙.๔๐ น. “โคราชรายวัน คนอีสาน” ติดต่อไปยังนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรีได้สำเร็จ หลังจากที่พยายามติดตามหลายครั้งหลังจากมีการติดตั้งป้ายดังกล่าว โดยนายสุวัจน์กล่าวด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักว่า “ผม ผม ผม ผมยังไม่ทราบ ผมยังไม่เห็น เพราะผมยังไม่ได้ไปโคราช ตอนนี้ผม ผม ผมประชุมอยู่ที่กรุงเทพฯ”

ยืนยันสมานฉันท์

ใน ขณะที่นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศ มนตรี โทรศัพท์กลับมา “โคราชรายวัน คนอีสาน” จึงถามย้ำถึงประเด็นการขึ้นป้ายดังกล่าว(หลังจากเคยถามไปแล้วแต่นายสุรวุฒิ บอกว่า ขอไปคิดคำตอบก่อน) ว่า การนำภาพนายสุวัจน์มาขึ้นคู่นั้นโดยบอกว่าเป็นการเชิญมาเป็นประธานในพิธี เปิดงานตรุษจีน ใครเป็นผู้ไปเชิญ ใช้วิธีการเชิญอย่างไร ทำหนังสือส่งไป หรือโทรศัพท์ไป หรือไปเชิญด้วยตัวเอง และไปเชิญที่ไหน? ในตอนแรกนายสุรวุฒิอ้างว่า “ไม่เข้าใจคำถาม” จึงย้ำให้ชัดเจนว่า ใครเป็นผู้เชิญนายสุวัจน์มาเปิดงานตรุษจีน? นายสุรวุฒิจึงบอกว่า “ทำหนังสือเสร็จก็นำคณะไปเชิญ” เมื่อถามต่อว่าไปเชิญที่ไหน ที่บ้านหรือในงานใด? นายสุรวุฒิก็มีอารมณ์เล็กน้อย โดยย้อนกลับมาว่า “ผมเป็นผู้ต้องหาหรืออย่างไร นี่ผมโทรกลับมาหาคุณนะ ผมไม่ได้เป็นผู้ต้องหา” โคราชรายวัน คนอีสาน จึงแจ้งว่า “ทางกองบก.โทรไปหลายครั้งแล้วไม่รับสาย และก็ไม่ได้เห็นว่าเป็นผู้ต้องหา เพียงแต่ต้องการความกระจ่างและชัดเจนในเรื่องนี้ ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยได้รับความชัดเจนเลย” จากนั้นนายสุรวุฒิจึงบอกว่า “ท่านสุวัจน์มางานคิงส์คัพที่โคราช ผมก็เลยไปเชิญ”

“โคราช รายวัน คนอีสาน” ถามว่า การนำภาพของนายสุวัจน์มาขึ้นป้ายด้วยครั้งนี้ต้องการสื่ออะไรไปถึงประชาชน เพราะที่ผ่านมาระหว่างกลุ่มประสานมิตรกับกลุ่มโคราชชาติพัฒนาเป็นคู่แข่งทาง การเมืองกันมาตลอด” นายสุรวุติบอกว่า “ประชาชนอยากเห็นความสมานฉันท์ของคนในโคราช อย่างน้อยผมก็เป็นนักการเมือง จึงเริ่มทำให้เกิดความสมานฉันท์ขึ้น เพื่อร่วมกันพัฒนาให้เมืองโคราชเจริญก้าวหน้า ร่วมกันสร้างสรรค์บ้านเมือง ตนในฐานะนักการเมืองจึงสนองตอบความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ที่ต้องการเห็น ความสมานฉันท์”

ต่อข้อถามว่า การเชิญนายสุวัจน์มาเปิดงานตรุษจีนซึ่งจัดโดยเทศบาลนครนครราชสีมา จะมีความพิเศษกว่าปีที่ผ่านๆ มาอย่างไร? นายสุรวุฒิกล่าวว่า ก็เชิญมาทำพิธีเปิดงานแค่นั้น ส่วนการแสดงก็จะมี ชุดกำเนิดมังกร การแสดงจากมณฑลซินเจียง เป็นความร่วมมือของเทศบาลนครฯ กับททท.

“โคราช รายวัน คนอีสาน” ถามย้ำว่า การขึ้นป้ายครั้งนี้เป็นสัญญาณบอกกล่าวล่วงหน้าใช่หรือไม่ว่า ในสมัยหน้าจะไม่มีการแข่งขันทางการเมืองอีกต่อไป? แต่นายสุรวุฒิ เชิดชัย กลับยืนยันว่า ต้องการสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในโคราช

แฟนคลับหันหาพรรคใหม่

แหล่ง ข่าวในพรรครวมใจไทยชาติพัฒนารายหนึ่งเปิดเผยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ หลายคนในพรรคก็งงๆ เหมือนกัน และไม่รู้เรื่องราวว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร น่าจะเป็นการต่อสายตรงถึงกันของผู้ใหญ่ในประเทศกับต่างประเทศ ระดับกลางและระดับล่างไม่ได้รู้เห็นด้วย ส่วนคอการเมืองส่วนใหญ่ในเมืองโคราช ต่างมีการพูดถึงประเด็นนี้ ซึ่งส่วนใหญ่แสดงความผิดหวังต่อพฤติกรรมของนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ที่ยอมให้นายสุรวุฒินำภาพมาขึ้นคู่กันบนป้ายดังกล่าวนี้ พร้อมทั้งเชื่อมั่น ว่า สองกลุ่มนี้เริ่มแสดงออกถึงการฮั้วการเมืองแล้ว โดยก่อนหน้านี้นายสุวัจน์ก็ประกาศมาตลอดว่า ต้องการยึดโคราชเป็นเรือนตาย แต่ก็ไม่อยากเห็นนายสุวัจน์ยึดอู่เชิดชัยเป็นเรือนตาย ซึ่งจากพฤติกรรมดังกล่าว และจากการหยั่งเสียงพบว่า นายสุวัจน์คะแนนนิยมตกไปอย่างมาก และมีอีกกว่าสิบคนที่เริ่มสนใจในพรรคการเมืองอื่น

ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๙๐๑ วันอังคารที่ ๒  - วันพฤหัสบดีที่ ๔ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๓

ที่มา : http://www.koratdaily.com/21/3323.html

 

sup3.JPG

อ่านความคิดเห็น ทพ.ศุภผล เอี่ยมเมธาวี ต่อข่าวนี้

1. รูปแบบ
- ใช้สีแดง เพื่อเน้นความเป็นสีแดง พรรคสีแดงของเจ้าของป้าย ทั้งสองป้าย
- สื่อให้เห็นความสัมพันธ์ทางรูปแบบของ ป้ายสองป้ายคือ ป้ายของ นช.ทักษิณ และ ป้ายของนายกเทศมนตรีสุรวุฒิ เชิดชัย
- สื่อให้เห็น เจ๊เกียว แม่ของอัสนีเชิดชัย  สส.พรรคเพื่อไทย และพี่ชายของสุรวุฒิเชิดชัย
- ป้ายทั้งสองติดตั้งกลางเมือง แบบท้าทายความเป็น นช.ทักษิณและการท้าทายกฎหมายไทย พร้อมกับที่สัมพันธ์กับป้ายของนายกเทศมนตรีตามกฎหมายไทย ที่เหมือนกับว่า กำลังสนับสนุนเต็มที่ต่อ นักโทษหนีคดี

2. เนื้อหาและนัยยะทางการเมือง ของป้าย
- พยายามสื่อว่า ในที่สุด สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ได้หันมาหรือต้องหันมาสนับสนุน สุรวุฒิ เชิดชัย ทั้งที่เคนต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตายทางการเมืองท้องถิ่นกันมาแล้ว
- สื่อว่า นัการเมืองโคราชทุกระดับ คิดอยากจะทำอะไรก็ทำ เพียงเพื่อประโยชน์ส่วนตนเท่านั้น ไม่ได้สนใจผลประโยชน์ของประชาชนอย่างที่ตนกล่าวอ้างแต่อย่างใด
ไม่เคยมีอุดมการณ์หรือจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจนเพื่อประเทศชาติและประชาชน แต่อย่างใด
- สื่อไปในทางลบต่อ สุวัจน์ ที่ทำให้เห็นว่า แม้จะอยู่พรรคร่วมรัฐบาล แต่ก็หันมาจับมือกับพรรคเพื่อไทยได้ เพราะ สุรวุฒฺคือน้องชายอัสนี สส พรรคเพื่อไทย และ สส พรรคเพื่อไทยคือผู้สนับสนุน
รายสำคัญแก่การเคลื่อนไหวปั่นป่วนของ มวลชนสีแดง ด่าทอป๋าเปรม เผาโลงและกระทการหยาบช้าหยาบคายต่อองคมนตรี
- สุวัจน์ กำลังจะให้การสนับสนุน แก่พรรคการเมืองเพื่อไทย ที่กำลังมีประเด็นเรื่อง การจาบจ้วงและต้องการโค่นล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ ตามที่สื่อจำนวนมากได้อ้างอิงและยกหลักฐานมาเสนอไว้
- หมายความว่า สุวัจน์และพรรครวมใจไทย อาจจะหันไปจับมือกับพรรคเพื่อไทยได้ทุกเมื่อ  อันอาจหมายความว่า สุวัจน์ พร้อมจับมือกับทุกคนแม้ว่า คนๆนั้นจ้องทำลายและทำร้าย สถาบันพรุะมหากษัตริย์และล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัต ริยืเป็นประมุข
- เนือ้หาในป้ายเขียนทำนองว่า อยากร่ำรวยมีเงินทองต้องประหยัด ขณะที่นักการเมืองท้องถิ่นและระดับประเทศนั้น กลับร่ำรวยมาจากการทุจริตคอร์รัปชั่นคดโกง อย่างต่อเนื่อง ยาวนาน  การร่ำรวยแบบนี้กำลังได้รับความนิยม ซึ่งเท่ากับว่าได้ทำลายศิลธรรมจริยะรรมของสังคม หากโจรที่ปล้นชิงประเทศชาติจนตนร่ำรวยบนทรัพย์ของแผ่นดิน สามารถยกศิลธรรมสั่งสอนประชาชนทั้งหลายได้ ก็หมายความว่า ประชาชนก้ไม่ต้องสนใจปฏิบัติตามศิลธรรมทั้งหลายได้  แต่อาจจะยกศิลธรรมพูดกันให้โก้หรูเพื่ออำพรางหรือทำให้ศิลธรรมกลายเป็น เรื่องตลกขบขันไปได้

3. เบื้องหลัง ที่มา และที่ไป ของป้าย
- เหมือนกับเป็นการล๊อคคอตีเข่า ขึ้นป้ายไปล่วงหน้าจากนักการเมืองพรรคเพื่อไทย ที่กระทำต่อสุวัจน์ ลิปตพัลลภ โดยมีข่าวมาว่า ผู้ที่ถูกอ้างรูปขึ้นป้ายคู่กับเด็กรุ่นหลังนี้ ไม่ได้รับการรับรู้มาก่อนจากนักการเมืองใหญ่
- ข่าวว่ามีการขอเงินนับแสนบาทจากนักการเมืองใหญ่ เพื่อนำไปสมทบทุนให้เทศบาลไปเที่ยวภาคใต้กัน และอาจจะถุกนำเอาข้อมูลมากล่าวว่า  เพื่อขอให้ขึ้นรูปคู่กับเด็กนักการเมืองท้องถิ่นรุ่นหลัง นักกาเรมืองใหญ่ถึงกับต้องจ่ายเงิน อันแสดงความเหนือกว่าในพ.ศ.นี้ ของนักการเมืองเด็ก ที่มีต่อนักการเมืองทีแก่กว่า
- ทำป้ายก่อน แล้วแจ้งภายหลัง คือ เทคนิคของนักการเมืองที่เจ้าเล่ห์เพทุบาย แล้วเหตุไฉนนักการเมืองใหญ่ ที่เก๋าๆ จึงหลงเล่ห์นี้ไปได้

4. ความรู้สึกของประชาชน
- เบื่อหน่าย ความเละเทะของการเมืองไทยและการเมืองประเทศ ที่นักการเมืองอยากทำอะไรก้ได้ โดยไม่ต้องสนใจความรู้สึกของประชาชน
- คนรักชอบคุณสุวัจน์ก็สับสนว่า กำลังทำอะไร เพื่ออะไร หรือว่า ไปยอมอยู่ใต้ร่มธงของพรรคเพื่อไทย เผื่อจะได้ร่วมรัะฐบาลหากมีการยุบสภาและมีการเลือกตั้ง
เหมือนสมัยที่ " ยอมเลิกพรรค เพื่อไปรวมอยุ่กับ พรรคไทยรักไทย " ในสมับนั้น จนได้เป็นรองนายกรัฐมนตรี
- ฯลฯ