Bookmark and Share

วาระสุดท้าย...แล้วทักษิณก็ "ร้องหาพระ" * เปลว สีเงิน 6 กุมภาพันธ์ 2553 - 00:00 PDF พิมพ์ อีเมล
บทความ - บทความพิเศษ
เขียนโดย sptthai   

ยิ่งใกล้ตัดสินคดียึดทรัพย์ "ทักษิณ" ยิ่งชิงพื้นที่ข่าวได้ทุกวัน แต่ข่าวที่ออกมา ดูจะเป็นข่าว "ด้านร้าย-ด้านลบ" กับตัวเองมากกว่าด้านดี ยิ่งพอประกาศจะตั้ง "กองทัพทักษิณ" ขึ้นสู้รบกับบ้านเมือง จบเลย...พวกเสื้อแดงด้วยกันบอก "งานกร่อย" อย่างนี้ไม่มีใครเล่นด้วยหรอก นอกจาก "รัก-ยม" ต่างวัย พัลลภกับเสธ.แดงเท่านั้น!

ผมอยากให้ท่านสังเกตความเป็นไปของเสื้อแดง เขาคงประเมินกันแล้วว่า เป่าตูดเต็มที่ "กระแสทักษิณ" ก็ได้พวกหน้าเดิมๆ แค่นี้ และเป้าหมาย "กลับมายึดประเทศไทย" ไม่สำเร็จแน่ ดังนั้น ตอนนี้การ "แยกตัว-แยกวง" ในกลุ่มเสื้อแดงจะค่อยๆ ปรากฏให้เห็นมากขึ้น

ทักษิณรู้ตัวเองว่า สุดท้ายก็ "ไปไม่รอด" ในโลกียวิสัยไม่มีใครรู้วันตายตัวเอง แต่เจ้าตัวมักจะแสดงสิ่งหนึ่งอย่างที่เรียกกันว่า "ลาง" ให้คนอื่นเห็นเสมอ นี่ก็ไม่ต่างจากนั้น ทักษิณไม่เพียงหลอกเจ้า หลอกนาย หลอกชาวบ้าน กระทั่งพระเจ้าก็หลอก แล้วดูซี จู่ๆ เมื่อวานนี้ (๕ ก.พ.๕๓) อย่างไม่มีปี่-ไม่มีขลุ่ย ทักษิณทวิตเตอร์

"รำลึกถึงพระ"!?

จะเป็นพระวัดธรรมกายเกี่ยวกับการบวชแสนองค์ก็ไม่น่าแปลกใจ แต่นี่รำลึกถึง "พระหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน" โดยเขียนข้อความลงเว็บไซต์ถึงสาวกแดงทั้งหลายว่า

"วันที่ ๗ ก.พ.นี้ หลวงตาบัวจะมีการทำบุญตักบาตรข้าวเปลือกที่วัดป่าบ้านตาด อุดรฯ ขอเชิญชวนชาวอุดรฯ ร่วมทำบุญด้วยครับ หลายคนอาจงงว่าทำไมผมมาเชิญชวน หลวงตาเคยมีบุญคุณ/มีเมตตากับผม ผมถือว่าบุญคุณต้องใช้ไม่หมด ไม่มีการโกรธผู้มีพระคุณ ได้แค่น้อยใจ เพราะท่านห้อมล้อมด้วยคนที่เกลียดผม ก็ต้องห่าง"

อืมมมม...เริ่มมองหาพระนำหน้าแล้ว อรหังนะ..อรหัง..ท่องไว้ ทักษิณเคยทำอะไรไว้ และพระหลวงตามหาบัวท่านเคยมีบุญคุณอะไรกับทักษิณ และเพราะอะไร หลวงตาท่านจึงกรวดน้ำคว่ำขันทักษิณ เอ้า...อ่านกันดู!

วันนี้ (27 ก.ย.๔๘) พระธรรมวิสุทธิมงคล หรือ หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด ตำหนิรัฐบาลว่ากำลังมีความพยายามใช้วิธีการป่าเถื่อนต่างๆ นานา ยึดอำนาจจากทุกหน่วยงานเพื่อเปลี่ยนแปลงเป็นระบอบประธานาธิบดี เพื่อมาบังคับคนทั้งชาติ

"ถ้าพูดภาษาโลกก็ว่าเราแค้นที่สุดเลย แค้นให้รัฐบาลชุดนี้ ไม่เคยมี รัฐบาลตั้งมากี่ชุดๆ ก็หากมีเป็นธรรมดาๆ เรียกว่าพอทนได้ๆ อันนี้ไม่ทราบว่าจะทนได้หรือไม่ได้ ออกแง่ไหนๆ มีแต่เรื่องเหยียบหัวประชาชนๆ และกินตับกินปอดประชาชน กวาดเข้าพุงของตัวเองๆ ในวงนี้ อย่างน้อยเรียกว่าส้วมใหญ่ถานใหญ่ มากกว่านั้นเรียกว่านรกอเวจีอยู่ในนั้นเลย เราเห็นแล้วสลดสังเวช

มีคนฟ้องร้องมาว่า นายกฯ ทักษิณ กับนายวิษณุ และกับอีกสองคนเราจำไม่ได้ นี้คือตัวยักษ์ใหญ่ ตัวอำนาจใหญ่ อำนาจป่าๆ เถื่อนๆ จะกินบ้านกินเมืองกัดตับกัดปอด มุ่งใส่ประธานาธิบดี ว่างั้นนะ เกิดมาไม่เคยมีประธานาธิบดี เมืองไทยเราครอบครองกันมาด้วยความสงบร่มเย็น นี่ละมันจะเอาไฟเผาบ้านเผาเมืองเวลานี้ มันไม่ยอมฟังเสียงเลยนะ ยึดอำนาจบาตรหลวงไปทุกซอกทุกมุม วงราชการต่างๆ เจ้าอำนาจบาตรหลวงป่าๆ เถื่อนๆ นี้เข้าไปยึดอำนาจๆ ไว้หมดในวงราชการ ตีออกไปหาตำรวจ ทหาร ให้เป็นเจ้าอำนาจๆ มาบีบบังคับคนทั้งชาติ

นี่เราทราบมาเต็มหูเต็มตาเต็มใจของเรานะที่เรามาพูดนี่น่ะ มันออกทุกแง่ทุกมุมเลย ป่าๆ เถื่อนๆ นี่น่ะ มีตั้งแต่สิ่งที่จะเผาเป็นฟืนเป็นไฟ มุ่งหน้าต่อประธานาธิบดีชัดเจนแล้วเดี๋ยวนี้ เราทนไม่ไหวถ้าว่าทน แต่เราก็ไม่คิดว่าจะทน เราก็ฟังไปๆ ทุกอย่าง เพราะพูดง่ายๆ เราไม่ได้อยู่ในโลกสกปรกนี้ การมาเทศน์สอนธรรมนี้ เราเอาธรรมที่สะอาดจ้าสาดลงมาๆ แล้วมันยังหาว่าเรามาเล่นการบ้านการเมือง การบ้านการเมืองมูตรคูถใครจะไปเล่นกับมัน ให้มันเล่นแต่พวกมัน เข้าใจไหมล่ะ

เราสลดสังเวชนะรัฐบาลชุดนี้ เฉพาะอย่างยิ่งนายกรัฐมนตรีเราช่วยเต็มเหนี่ยว เพื่อจะยกท่านผู้นี้ว่าจะเป็นคนดิบคนดี จะยกชาติไทยขึ้น เราช่วยเต็มกำลังความสามารถ เพราะเราหาคนดีมันหาไม่ได้ หาเจอตรงไหนๆ มีแต่ยักษ์แต่ผีจะกินบ้านกินเมือง ประชาชนนอนตา

ไม่หลับ ความทุกข์ยากลำบากเป็นฟืนเป็นไฟเผาในใจ เราจึงพยายามยกนี้ให้เป็นนายกฯ บรรดาประชาชนทั้งหลายเขาก็พร้อมหน้าด้วย ต่างคนต่างพร้อมหน้ากันยกให้เป็นนายกฯ ขึ้นมาเห็นไหม

ครั้นเป็นนายกฯ ขึ้นมานี้แล้ว มันไม่ได้หันหน้ามามองดูอาจารย์มันเลย อาจารย์มันอีตาบัว หลวงตาบัว มันมองหาตั้งแต่ก๊กแต่เหล่า แต่พรรคแต่พวกที่จะยึดอำนาจ กวาดเอาสมบัติเงินทองมาเป็นเศรษฐี เลยมหาเศรษฐีเข้าไปอีก แล้วมันก็ตายกองกันอยู่ในสมบัตินั่นแหละ ไม่เกิดประโยชน์อะไร เพราะฉะนั้นเราสลดสังเวช

เห็นไหมเวลานี้เกณฑ์ตำรวจเกณฑ์ทหารให้อยู่ในเงื้อมมือของตนๆ ตำรวจ ทหารแต่ละคนๆ เขามีพ่อมีแม่ พ่อแม่เขาอยู่ในที่ต่างๆ เมื่อพ่อแม่มีความเดือดร้อนวุ่นวาย ทหารยังมีแก่หน้าแก่ตามาเหยียบหัวพ่อหัวแม่อยู่เหรอ เราอยากเอาปัญหานี้ไปถามตำรวจถามทหาร แล้วย่นเข้าไปถามตัวใหญ่ๆ โตๆ บังคับเขาหาอะไร อยากว่าอย่างนั้นนะ เป็นรัฐบาลมาเขาไม่ได้เป็นรัฐบาลที่จะมาเหยียบบังคับอย่างนี้

"เอาหัวหลวงตาบัวไปตัดเลยถ้าหลวงตาบัวพูดผิด นี่ได้พินิจพิจารณามาโดยตลอดตั้งแต่บรรดาพี่น้องทั้งหลาย ที่ผู้ได้รับความทุกข์ความลำบาก ส่วนคนชั่วมันไม่มาหาเราแหละ คนดีเขาก็ต้องวิ่งมาพึ่งครูบาอาจารย์"

เวลานี้ก็เตือนรัฐบาล เพราะรัฐบาลจะพาคนทั้งประเทศนี้ผิด เพราะอาจเอื้อมเอาเหลือเกินจะเป็นประธานาธิบดี ไม่บอกมาก็ตาม เรื่องชัดเจนๆ มาแล้วบรรดาลูกศิษย์ลูกหาทั่วประเทศไทยไม่ใช่คนหูหนวกตาบอด เขารู้เหมือนกัน ทำไมจะไปเก่งตั้งแต่คุณทักษิณกับวิษณุนี้อย่างเดียว กับคนในวงนี้ มันเก่งแบบไหน ไปเรียนวิชามาแบบไหน วิชาแบบนี้ในเมืองไทยเราไม่เคยมี คนสองสามสี่คนอยู่ในวงรัฐบาลนี้ไม่มีป่าช้าเหรอ ถามดูซิน่ะ เวลาตายแล้วก็จะถูกเผาไฟเหมือนกัน แต่เมืองไทยเขานิยมพระไป กุสลา ธมฺมา ถ้าหากว่าไม่แก้ตัวแล้วอย่ามานิมนต์หลวงตาบัวไป

เราฟังซอกแซกซิกแซ็ก เข้าไปบังคับบัญชาไว้หมดนะ พวกหน่วยราชการต่างๆ พวกตัวเปรตนี่ละมันเอาอำนาจบาตรหลวงแทรกเข้าไปให้มาบังคับบัญชา ศาลไม่เป็นศาล สภาอะไรไม่เป็นทั้งนั้น ที่เป็นที่เคารพนับถือมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ เช่น สภาหรือศาลเหล่านี้ ศาลนี่เป็น

สำคัญมาก มันเข้าไปเหยียบหัวศาลเอาไว้นะ บังคับศาลไม่ให้ตอบหรือตัดสินความตามความยุติธรรมที่โลกเขาต้องการ ให้ตัดสินตามมันเลย ตามเปรตสามสี่ตัวอยู่ในวงรัฐบาลนี่ วงรัฐบาลนี้คือเปรต คือยักษ์ คือมหาภัย อยู่ในรัฐบาลนี่ ให้คิดเสียนะ ถ้าว่าหลวงตาบัวเป็นภัยต่อรัฐบาล เอาๆ คอหลวงตาบัวไปตัด ถ้าเป็นภัยเพราะพูดผิดนี่น่ะ

คำว่าเทวทัตแทรกธรรม เทวทัตทำลายพระพุทธเจ้า นี้ก็กำลังเข้ามา เทวทัตยังรู้โทษ เทวทัตเป็นข้าศึกศัตรูต่อพระพุทธเจ้า เวลาพระเทวทัตแยกตัวออกไปเป็นศาสดาองค์เอกขึ้นมาแข่งพระพุทธเจ้า เขามาบอก พระอานนท์ก็นำมาทูล บอกว่า เวลานี้พระเทวทัตแยกตัวจากพระองค์แล้วไปเป็นศาสดาองค์ใหม่แทนพระองค์ หรือจะว่าแข่งพระองค์ก็ได้ พอพระองค์รับทราบแล้วก็ว่า..เอ๊อ..ภาษิตนี้เราก็ไม่ลืม เพราะเป็นภาษิตที่สะดุดใจอย่างแรงกล้า ที่พระเทวทัตไปทำลายพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงปลงธรรมสังเวช..เออ..ท่านว่างั้น

พระเทวทัตยังดีนะ กลับมาถวายคางกรรไกร เห็นโทษเห็นภัยกราบทูลพระพุทธเจ้า พระองค์ก็รับสั่งว่า "เอ้อ เราก็เสียดาย แต่มานี้หลักธรรมชาติ คือความชั่วของตัวเองนั้นแหละเป็นไปเอง ไม่มีใครที่ควรจะไปตำหนิเขา กรรมของตัวเองทำ แล้วก็จะบังคับตัวเอง นี่จะมาหาเราตถาคตนี้ มาถึงเพียงหน้าวัดเท่านั้น ไม่เข้าถึงเราก็จะถูกแผ่นดินสูบ" ท่านว่าอย่างนั้น แล้วเทวทัตก็มาถึงนั่นจริงๆ หามกันมาลงที่สระหน้าวัด บรรดาลูกน้องทั้งหลายลงอาบน้ำ พระเทวทัตก็จมลงไป แล้วไม่ได้อะไรที่นี่จนตรอกเต็มที่แล้ว ว่าจะขอขมาโทษจะถวายบูชาด้วยความเห็นโทษของตัวเองก็ไม่ทัน

พอแผ่นดินสูบลงไปถึงคางกรรไกร เลยขอถวายคางกรรไกรเป็นวาระสุดท้ายแล้ว เห็นโทษตัวเองอย่างเต็มเหนี่ยว แล้วยกพระพุทธเจ้าขึ้นเป็นคุณอย่างสุดยอด ขอถวายคางกรรไกรนี้เป็นพุทธบูชาแก่พระองค์ แล้วก็จมลงไป พระพุทธเจ้าก็ทรงยิ้มละที่นี้..เอ้อ..ไม่มีทางตำหนิแหละ ท่านว่าอย่างนั้น กรรมชั่วก็พาให้คนชั่วดังที่เทวทัตเป็นอยู่นี้ที่เขาถูกแผ่นดินสูบ นี้คือกรรมชั่วของเขาทั้งนั้น

นี่ละพระเทวทัตท่านก็ยังเห็นภัย แล้วท่านได้สนองคุณแห่งความดีของตัวเอง จะได้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า ไอ้เราที่ความผิดความพลาดถ้าเห็นโทษมันก็ผ่านไปได้ ชะล้างกันไปได้ นี้เป็นอย่างไรในเมืองไทยเราปกครองกันแบบไหน ยังจะหาว่าแต่หลวงตาบัวนี้มาเล่นการบ้านการเมือง การบ้านการเมืองขี้หมาอะไร มีแต่มูตรแต่คูถเต็มบ้านเต็มเมือง เราเอาธรรมะพระพุทธเจ้ามาชะมาล้างให้รู้เนื้อรู้ตัว รู้ผิดรู้ถูก ในฐานะที่ว่าเราเป็นถึงรัฐบาล พวกนี้โลกเขายกยอให้ว่าเป็นคนฉลาด แต่อย่าฉลาดลงส้วมลงถาน อย่าฉลาดเอาไฟมาเผาหัวคนทั้งประเทศ"

ครับ..แล้วทักษิณคิดจะถวายอะไรล่ะ เอาคางถวายเป็นพุทธบูชา เอาศีรษะเป็นเครื่องขมาต่อสถาบันชาติดีมั้ย ท่านเทศน์เอาไว้เมื่อ ๕ ปีที่ผ่านมา ดวงตาคนบาปเพิ่งจะเห็นโทษเอาวันนี้ นับว่ายังได้ทำความดี หลังจากตกนรกโลกันต์ชั้นลึกสุดแล้ว ในอีกหมื่นแสนล้านกัป-ล้านกัลป์ ขึ้นสวรรค์แล้วสู่ชั้น "พระปัจเจกพุทธเจ้า" เหมือนพระเทวทัตก็เป็นได้ แต่ถ้าจะให้แน่ต้องไปกราบนมัสการถามท่านหลวงตา...กล้ามั้ยล่ะ?

ที่มา : http://www.thaipost.net/news/060210/17537