Bookmark and Share

ประชาชนจะเป็นผู้เปลี่ยนแปลง โดย ตาโป๋เป่าปี่ (กวนใจให้สะอาด) 5กพ53 PDF พิมพ์ อีเมล
บทความ - บทความพิเศษ
เขียนโดย sptthai   

"ในร้อยคนหาคนกล้าได้หนึ่งคน

ในพันคนหาบัณฑิตได้หนึ่งคน

ในหมื่นคนหาคนพูดความจริงได้หนึ่งคน

แต่คนที่เสียสละได้ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นไม่ทราบว่าจะมีหรือไม่ คือไม่ทราบว่าจะหาในจำนวนเท่าใดจึงจะพบผู้เสียสละสักหนึ่งคน"

เป็นสัจธรรมที่ดำรงอยู่ทุกสมัย

โดยเฉพาะในยุคนี้สมัยนี้ด้วยแล้ว สัจธรรมที่ว่านี้สามารถหยิบยกมาอ้างอิงถึงได้อย่างไม่ผิดพลาด เพราะความปั่นป่วนวุ่นวายแทบจะต้องฆ่ากันตายอยู่รอมร่อในขณะนี้ ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นจากการแก่งแย่งอำนาจซึ่งกันและกันเท่านั้น

เห็นได้จากสภาพการณ์ทางการเมืองขณะนี้ ที่นักการเมืองเลวๆ ใช้กระบวนท่าทุกอย่างทั้งในการรักษาอำนาจที่มีอยู่ และการแสวงหาอำนาจให้กับตนด้วยการหยิบฉวยอะไรก็ได้มาใช้เป็นเครื่องมือ โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องชั่วดีอะไรทั้งสิ้น

แตกแยกกันทั่วทุกวงการก็เพราะคำพูดที่ไม่เป็นความจริงก็มี คำพูดที่บิดเบือนให้เข้าใจผิดก็มี ยั่วยุข่มขู่กรรโชกให้เกิดความหวาดกลัวก็มี แต่ละเรื่องแต่ละราวนำมาซึ่งความสับสนหรือโกรธแค้น พร้อมที่จะห้ำหั่นซึ่งกันและกันให้ตายลงไปข้างหนึ่ง เพื่อตัวเองจะได้รับชัยชนะ

แม้กระทั่งในหมู่พวกของทหารก็ดูจะกระเพื่อมไปด้วยจากสิ่งดังกล่าว จนเกิดข่าวลือ ข่าวปล่อย หรือเกิดคำถามว่าจะมีปฏิวัติหรือไม่

ทหารถูกจับโยงเข้าไปเกี่ยวข้องกับสถานการณ์วุ่นวายที่กำลังโหมแรงจากการต่อ สู่ช่วงชิงอำนาจระหว่างนักการเมืองอย่างดุเดือดเผ็ดมันขณะนี้ ตอกย้ำจากภาพที่มีทหารระดับคุมกำลังหลายต่อหลายหน่วยที่ออกมาชุมนุมในเขต พื้นที่ของตน ประกาศตนปกป้องผู้บัญชาการทหารบกที่ถูกทหารด้วยกันเองบางคนดูถูกเหยียดหยาม แม้กระทั่งการที่กองบัญชาการกองทัพบกถูกยิงด้วยอาวุธ เอ็ม-79 อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

การเคลื่อนไหวของทหารในระยะนี้จึงถูกจับตาเป็นพิเศษด้วยความระแวงของผู้คนใน บ้านเมือง แม้กระทั่งการออกมาของรถยานเกราะเพื่อนำไปซ่อมบำรุงตามที่ทหารบอกให้ทราบ หรือการเคลื่อนย้ายอาวุธหนักบางอย่างออกจากหน่วยเพื่อนำไปใช้ในการฝึกตามที่ ทหารบอก ผู้คนก็ยังระแวงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

ทหารในขณะนี้จึงอยู่อย่างไม่เป็นสุขนัก

ถึงขนาดต้องตอบคำถามจากสื่อมวลชนไม่เว้นแต่ละวันว่า ทหารจะปฏิบัติหรือไม่

การปฏิวัติรัฐประหารนั้น ถ้าจะว่าไปแล้วเป็นของคู่กันมากับความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในบ้านเรา เพราะทหารต้องอยู่กับการเมืองการปกครองของประเทศเช่นเดียวกับภาคส่วนอื่นๆ ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม

การปฏิวัติรัฐประหารที่ผ่านมาแล้วในอดีต มีทั้งเกิดจากการแย่งอำนาจกันเองของทหาร เกิดจากนักการเมืองหยิบฉวยทหารไปใช้ในการรักษาอำนาจทางการเมืองของตน หรือเกิดจากความไม่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลในขณะนั้นนอกจากจะไม่สามารถนำพาประเทศ ชาติบ้านเมืองให้เกิดความปกติสุข ทั้งยังมีส่วนทำลายทหารให้เกิดความอ่อนแออีกด้วยแล้ว ทหารก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงในการทำหน้าที่ของตนในการปกป้องรักษาความมั่นคงของ บ้านเมือง ด้วยการออกมาขับไล่รัฐบาลนั้นๆ ออกไป

แต่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในบ้านเราที่ผ่านมานั้น ก็ใช่ว่าจะมีแต่เรื่องการปฏิวัติรัฐประหารที่เกิดจากการเข้ายึดอำนาจโดยทหาร เท่านั้น อดีตที่ผ่านมา ใกล้ๆ ก็มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่โดยไม่ได้เกิดจากทหาร นั่นก็คือ การลุกขึ้นสู้กับอำนาจรัฐด้วยกำลังของประชาชน

เหตุการณ์วันที่ 14 ตุลาคม 2516 แม้จะไม่ได้จัดไว้ในเรื่องการปฏิวัติรัฐประหารด้วยกำลังทหารอย่างที่เคยมีมา ก็ตาม แต่ก็สามารถเปลี่ยนแปลงอำนาจการบริหารของรัฐบาลในขณะนั้นได้เช่นเดียวกับการ ใช้ปืนเข้าทำการเปลี่ยนแปลง นิสิต นักศึกษาและประชาชนมีความตื่นตัวทางการเมืองสูง รวมตัวออกมาต่อสู้และเรียกร้องให้รัฐบาลในขณะนั้นเลิกฉุดรั้งหน่วงเหนี่ยว การปกครองประชาธิปไตย เพราะยังใช้อำนาจเพื่อตัวเองแบบเผด็จการ ไม่ใส่ใจกับการทำงานให้กับประชาชนอย่างแท้จริง

แม้รัฐบาลจะใช้กำลังทหารและตำรวจเข้าสะกัดกั้นหรือปราบปราม แต่ประชาชนเหล่านั้นก็ยืนหยัดต่อสู้อย่างกล้าหาญและเสียสละ แม้จะต้องได้รับการบาดเจ็บล้มตายกลางถนนก็ตาม ซึ่งในที่สุดแล้วรัฐบาลก็ต้องพ่ายแพ้

การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองการปกครองในบ้านเราที่ผ่านมา ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นมาแล้วว่าไม่เพียงการลากปืนออกมาทำการปฏิวัติรัฐประหาร เท่านั้นจึงจะเปลี่ยนแปลงได้ แต่ด้วยมือเปล่าของประชาชนนี่แหละก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้

แม้ระยะใกล้นี้เองที่ประชาชนสามารถขับไล่รัฐบาลที่ถืออำนาจรัฐอยู่ในมือ มีกำลังทหารและตำรวจอยู่ในมือ อย่างเช่น รัฐบาลนายสมัครและรัฐบาลนายสมชาย ทั้งสองรัฐบาลดังกล่าวก็ต้องพ้นไปจากการรวมตัวกันของประชาชนในชื่อของ "พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" มาแล้ว

ประวัติศาสตร์อาจซ้ำรอยเดิมของมัน ต่อสถานการณ์ที่กำลังปั่นป่วนวุ่นวายแตกแยกกันอย่างหนักขณะนี้ ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในทางการเมืองการปกครองอาจเกิดขึ้นได้อีกครั้ง หนึ่งจากความกล้าความเสียสละของประชาชน เพราะความไม่เอาไหนของการบริหารจัดการของนักการเมืองที่ดีแต่พูด

ที่มา : http://www.naewna.com/news.asp?ID=198229