| นายกฯไม่ถอนทหารช่วง"ฮุนเซน"เยือนตาเมือนธม (8กพ53) |
|
|
|
| ข่าวเด่นประเด็นด่วน - ข่าวเด่นรายวัน |
| เขียนโดย sptthai |
|
ขณะ ที่นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวเมื่อวานนี้ (7 ก.พ.) ถึงกรณีที่ สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ให้สัมภาษณ์ระหว่างเดินทางตรวจเยี่ยมกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่บนเขาพระวิหาร โดยระบุประเทศไทยพยายามรุกรานกัมพูชาตลอดเวลา ว่า คงไม่เป็นการสร้างความเข้าใจผิดอะไร ซึ่งไทยก็จะใช้จุดนี้อธิบายให้เห็นว่าพื้นที่ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับมรดกโลก และไทยถือเป็นพื้นที่ของไทยชัดเจน "การที่สมเด็จฮุนเซนยอมรับโดยการออกมาพูดในทำนองว่าไทยเข้าไปรุกราน ก็เท่ากับท่านยอมรับว่าพื้นที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่ที่ถือเป็นของไทย ดังนั้นก็จะมีความชัดเจนมากขึ้นในการที่จะไปบอกกับคณะกรรมการมรดกโลกว่า พื้นที่ที่เกี่ยวข้องที่กัมพูชาอ้างว่าเป็นของเขานั้น ที่จริงแล้วไม่ใช่" นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลจะแจ้งเรื่องนี้กับคณะกรรมการมรดกโลกในช่วงที่กัมพูชาจะต้องส่งแผนการ บริหารจัดการพื้นที่ (โดยรอบปราสาทพระวิหารที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้ว) โดยจะทำความเห็นเสนอไป "ในชั้นนี้เป็นเรื่องที่ทางกัมพูชาจะเสนอแผนตามมติเดิมของคณะกรรมการมรดกโลก เราก็จะเอาแผนของเขามาดู เพราะจะต้องมีแผนที่และเขตแดนต่างๆ จากนั้นไทยก็จะเสนอความเห็นของเราไป ส่วนที่มีข่าวว่าวันที่ 15 ก.พ.นี้ จะมีการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกก็ไม่เป็นความจริง เพราะการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกจะมีขึ้นในช่วงกลางปีนี้ แต่ว่าแผนจะต้องส่งก่อนล่วงหน้า" นายกฯ ระบุ กร้าวไม่ถอนทหารช่วง ฮุนเซนไปตาเมือนธม ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่สมเด็จฮุนเซนมีแผนจะเดินทางเข้าไปที่ปราสาทตาเมือ นธม ซึ่งอยู่ในเขตไทย (จ.สุรินทร์) ในวันที่ 8 ก.พ.นี้นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ฝ่ายไทยก็จะปฏิบัติเหมือนเดิม โดยจะมีคนของเราไปรับบริเวณที่เป็นเขตแดนของเรา ส่วนที่สมเด็จฮุนเซนจะขอให้ทหารไทยถอนกำลังออกจากพื้นที่ในช่วงที่จะเดินทาง ไปนั้น คงไม่ได้ เมื่อถามย้ำว่า ถ้าฝ่ายกัมพูชาไม่ยินยอมจะทำอย่างไร นายอภิสิทธิ์ ย้ำเพียงคำเดียวว่า “ไม่ได้” เมื่อถามว่ามองนัยของสมเด็จฮุนเซนอย่างไร เพราะสวมชุดทหารทั้งตัวเองและภรรยาเข้าไปในพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถือเป็นความพยายามของสมเด็จฮุนเซน แต่สำหรับไทยก็ชัดเจนว่าถ้าพื้นที่ไหนเป็นของเรา เราก็อยู่ตรงนั้น "มันอาจจะมีการเมืองในประเทศ การเมืองที่มาเกี่ยวกับเรา และเรื่องมรดกโลก" นายกฯ ตอบข้อถามของผู้สื่อข่าวที่ให้วิเคราะห์ว่าการแสดงท่าทีเช่นนี้ของผู้นำ กัมพูชาหวังผลอะไร ไทยยืนกรานห้าม ฮุนเซนเข้าตาเมือนธม
ขณะ เดียวกันตลอดวานนี้ ก็มีนายทหารระดับสูงของกัมพูชา ทั้งรองผู้บัญชาการทหารบก และผู้บังคับกองพัน เข้าสังเกตการณ์ที่ตัวปราสาทตาเมือนธมเป็นจำนวนมาก โดยอยู่ในเงื่อนไขข้อตกลงคือห้ามติดอาวุธเข้ามา โดยทหารกัมพูชาที่เข้ามาที่ตัวปราสาท ส่วนมากจะเป็นทหารที่มาคอยให้การต้อนรับสมเด็จฮุนเซน สำหรับกำหนดการภารกิจของสมเด็จฮุนเซนนั้น วันที่ 7 ก.พ. จะเดินทางมาเปิดที่ทำการกองพันทหารราบที่ 422 ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านโอรรูมจอง ห่างจากปราสาทตาเมือนธมเข้าไปฝั่งกัมพูชาประมาณ 6 กิโลเมตร จากนั้นในวันที่ 8 ก.พ.จะมาเปิดป้ายหมู่บ้านตาเมือน ซึ่งอยู่ห่างจากปราสาทตาเมือนธมไปทางฝั่งกัมพูชาประมาณ 4 กิโลเมตร อย่างไรก็ดี กำหนดการอาจเปลี่ยนแปลงได้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยยังคงยืนกรานว่าจะไม่อนุญาตให้สมเด็จฮุนเซนเข้าไปที่ตัว ปราสาท หากไม่ผ่านขั้นตอนทางการทูตหรือได้รับการประสานจากกระทรวงการต่างประเทศ อย่างเป็นทางการ ขณะเดียวกัน ทางกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำโดย นายวีระ สมความคิด พร้อมมวลชนประมาณ 150 คน ได้เดินทางโดยรถบรรทุกและรถตู้ประมาณ 35 คัน เข้าสู่ปราสาทตาเมือนธม เพื่อไปแสดงจุดยืนว่าปราสาทตาเมือนธมเป็นของไทย "สุเทพ" เรียกร้องฮุนเซนพูดความจริง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวเรื่องเดียวกันว่า ไทยไม่เคยมีเจตนารมณ์เรื่องการรุกรานเพื่อนบ้านตามที่สมเด็จฮุนเซนให้ สัมภาษณ์ ถือเป็นความเข้าใจผิด เพราะไทยต้องการอยู่อย่างสันติ เรื่องนี้สมเด็จฮุนเซนต้องพูดความจริง ส่วนการเดินทางไปยังปราสาทตาเมือนธมของสมเด็จฮุนเซนในวันที่ 8 ก.พ.นั้น นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ได้มีมาตรการพิเศษ เพียงแต่มอบหมายให้แม่ทัพภาคที่ 2 และผู้ว่าราชการจังหวัดปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ และขอยืนยันว่าปราสาทตาเมือนธมเป็นของประเทศไทย ปชป.ชี้ผู้นำเขมรถอน คำพูดไทยฆ่ากันเอง นพ.บุรณัชย์ สมุทรรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รัฐบาลไทยและคนไทยไม่เคยประสงค์หรือมีพฤติกรรมดูหมิ่นรุกรานประเทศเพื่อน บ้าน แต่สิ่งที่รับไม่ได้คือ สมเด็จฮุนเซนระบุทำนองว่าคนไทยสามารถฆ่าคนไทยด้วยกันได้ ซึ่งขอยืนยันว่าประเทศไทยไม่เคยมีประวัติศาสตร์แบบนั้น และหากสมเด็จฮุนเซนพูดจริงตามที่เป็นข่าว ก็ขอให้ออกมาชี้แจงและถอนคำพูดโดยด่วน ปูดทักษิณรับเงิน เดือน"ฮุนเซน" 14,000 บาท นายบุญยอด สุขถิ่นไทย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ได้รับการยืนยันจากสื่อกัมพูชา Khmer Intelligence News ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลกัมพูชา และของสมเด็จฮุนเซน ได้รับเงินเดือนในฐานะที่ปรึกษาจำนวน 425 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 14,000 บาท และมีการจัดอันดับเป็นที่ปรึกษาอันดับที่ 117 ของสมเด็จฮุนเซน "ขอถาม พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าเรื่องนี้เป็นความจริงหรือไม่ เพราะถ้าเทียบกับคนไทยที่จบปริญญาตรี ทำงานครั้งแรกกับบริษัทเอกชนก็ได้เงินเท่านี้ ซึ่งถือว่าคนระดับอดีตนายกฯ ของไทยเป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียง และเป็นมหาเศรษฐี แต่กลับได้รับเงินเดือนเท่านี้ ถือว่ากระจอกเหลือเกิน ฉะนั้นขอให้ลาออกเสียเถอะ เพื่อศักดิ์ศรีของคนไทย" นายบุญยอด กล่าว บัวแก้วแถลงย้ำไม่ กระทบอธิปไตยไทย วันเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์ถึงกรณีที่สมเด็จฮุนเซน เดินทางมาตรวจเยี่ยมพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ระหว่างวันที่ 6-8 ก.พ. โดยอาจเข้ามาในพื้นที่ของไทยในบางจุดด้วย โดยระบุว่า 1. รัฐบาลไทยไม่ขัดข้องหากนายกรัฐมนตรีกัมพูชาประสงค์ที่จะเดินทางเข้ามาใน พื้นที่ของไทย แต่ต้องแจ้งให้ทราบและขออนุญาตก่อน โดยรัฐบาลไทยจะมีผู้แทนไปต้อนรับในระดับที่เหมาะสม 2. การเยือนดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่ออธิปไตยของไทย เนื่องจากตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ การเดินทางเข้ามาดังกล่าวจะไม่มีผลกระทบใดๆ ทั้งสิ้นต่อการอ้างสิทธิทางกฎหมายเหนือดินแดนของไทย ซึ่งฝ่ายไทยได้เคยอ้างสิทธิ และยังคงไว้ซึ่งสิทธิของไทยอยู่อย่างเต็มที่ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า กระทรวงการต่างประเทศไทยได้ตั้งวอร์รูมเพื่อติดตามข่าวการลงพื้นที่ของสม เด็จฮุนเซน พร้อมชี้แจงประเด็นข้อสงสัยต่างๆ ของบรรดาสื่อมวลชนด้วย โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับปัญหาชายแดนที่มีความละเอียดอ่อนมาก รองผู้ว่าฯ พระวิหารพบผู้ว่าฯ อุบลฯ ด้านความคืบหน้ากรณีมีข่าวการเดินทางไปตรวจเยี่ยมกำลังพลตามแนวชายแดนไทย -กัมพูชาของสมเด็จฮุนเซน บริเวณสามเหลี่ยมมรกต บ้านช่องบก ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานีนั้น ปรากฏว่าบรรยากาศทั่วไปตั้งแต่ช่วงเช้าวานนี้ (7 ก.พ.) มีเจ้าหน้าที่ทหารจากกองร้อยทหารพรานที่ 2302 ตั้งจุดตรวจและปิดเส้นทางไม่ให้ประชาชนและผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องขึ้นไป บริเวณศาลาตรีมุข ซึ่งเป็นเขตรอยต่อระหว่าง 3 ประเทศ คือไทย กัมพูชา และลาว สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยที่ไปรอต้อนรับฝ่ายกัมพูชา ประกอบด้วย นายวิโรฒ มีแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นายอิทธิพร บุญประคอง รองอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ พล.ต.ชวลิต ชุณประสาร ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี และ พ.อ.นิรุทร์ เกตุศิริ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกรมทหารราบที่ 16 โดยทั้งหมดได้ขึ้นไปรอพบปะกับผู้แทนฝ่ายกัมพูชา ซึ่งมีข่าวว่าสมเด็จฮุนเซนจะเดินทางมาเปิดใช้ถนนสายใหม่จากเมืองจอมกระสาน จ.พระวิหาร มาที่สามเหลี่ยมมรกต กระทั่งเวลา 11.30 น. ฝ่ายกัมพูชาโดย พล.ท.ซอ ทาวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระวิหาร และ พล.ท.ซรัย ดึ๊ก ผู้บัญชาการกองพลสนับสนุนที่ 3 ได้เดินทางมาพบกับตัวแทนฝ่ายไทย มีการเพื่อร่วมรับประทานอาหารเที่ยงและพูดคุยหารือกันด้านความร่วมมือ จากนั้นจึงแยกย้ายกันกลับ ระดับท้องถิ่นเป็นการพูดคุยและรับประทานอาหารร่วมกันใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ฝ่ายตัวแทนกัมพูชาและฝ่ายไทย จึงได้แยกย้ายกันเดินทางกลับ นายวิโรฒ กล่าวว่า เป็นการพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องการสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศในระดับท้องถิ่น โดยจะมีการจัดแข่งขันกีฬา แลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ทั้งนี้ฝ่ายกัมพูชาได้ร้องขอให้ไทยช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมกับผู้ป่วยที่เป็น ชาวกัมพูชา ซึ่งจะเดินทางข้ามมาขอรักษาที่โรงพยาบาลฝั่งไทยด้วย เนื่องจากกัมพูชาไม่มีสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน ซึ่งฝ่ายไทยก็ตอบรับที่จะให้ความช่วยเหลือ
ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/suthichaiyoon/detail/81 |






"อภิสิทธิ์"กร้าวไม่ถอนทหารที่ "ตาเมือนธม" ช่วง "ฮุนเซน" เดินทางเยือนวันนี้