Bookmark and Share

สรุปรายงานสัมภาษณ์ คุณวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอรัปชั่น ( คปต ) ที่ NAT TV Los Angeles PDF พิมพ์ อีเมล
SPT-School / Phone in / Slide show / Video - สัมภาษณ์สดจากเมืองไทยไป USA
เขียนโดย sptthai   

  คำพิพากษาของศาลฯ บอกให้ชาวโลกรู้ว่า คนไทยจำนวนหนึ่งไม่ได้กล่าวหาอย่างเลื่อนลอย
    รายการเหตุบ้าน เหตุเมือง ค่ำวันศุกร์ที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ คงจะต้องพูดคุยกันถึงคดียึดทรัพย์ที่ได้ตัดสินไปเมื่อวานที่ประเทศไทย โดยคุณรังสิต คงจันทร์ ได้เรียนถามคุณวีระ สมความคิด ถึงความรู้สึกหรือการตอบรับ ต่อผลการตัดสินคดียึดทรัพย์ว่าเป็นอย่างไร สอดคล้องกับความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่หรือไม่  และในส่วน ตัวของคุณวีระ มีความเห็นอย่างไร  ได้รับการชี้แจงจากคุณวีระ สมความคิด ว่าเรื่องนี้ คุณวีระเองได้ให้สัมภาษณ์  และมีการพูดคุยกับสื่อมวลชนบางแห่งตั้งแต่ช่วงเช้า และเชื่อว่าคงจะตัดสินให้ยึดทรัพย์บางส่วน ไม่ใช่ว่า   รู้ผลการตัดสินล่วงหน้า แต่เป็นผลจากการได้พูดคุยกับบุคคลที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นฝ่าย คตส. หรือฝ่ายทีมทนายความของคุณทักษิณซึ่งเป็นเพื่อนกัน ด้วยข้อมูลข้อเท็จจริง และเหตุผลประกอบต่างๆ ตลอดจนรายละเอียดว่าผลออกมาคงจะเป็นไปในทำนองนี้  ถ้ายึดทั้งหมดก็ดูจะเป็นปัญหาและตอบสังคมลำบากว่าเงินทุนของเขาจะต้องถูกยึดด้วยหรือ แต่ถ้าจะยึดทั้งหมดจริงๆ ก็ไม่น่าเกลียด เหมือนกับเงินที่โจรนำไปทำความผิดหรือนำไปซื้อยาบ้า ทางกฏหมายแล้วก็สามารถยึดได้ทั้งหมด  แต่เมื่อศาลตัดสินออกมาเช่นนี้ก็ดี ก็จะทำให้คนเสื้อแดงไม่สามารถใช้เป็นเหตุที่จะลุกขึ้นมาก่อเหตุวุ่นวายในบ้านเมืองได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่สุดแล้วในขณะนี้ และต้องยอมรับว่าศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเสียงข้างมาก  (๗ ต่อ ๒ )  ได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว  และการพิพากษาครั้งนี้ละเอียดมากไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน  แม้แต่รายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ  ก็ยกมาอ้างอิงอย่างถี่ถ้วน  ศาลได้ทำหน้าที่อย่างละเอียดรอบคอบ สิ่งนี้เป็นการแสดงถึงคุณภาพของศาลไทยมีมาตรฐานระดับโลก  จะทำให้นักกฏหมายทั่วโลกต้องยอมรับถึงคำพิพากษาตัดสินในคดีนี้ ถึงแม้กฏหมายจะแตกต่างกัน  แต่หลักของความยุติธรรม หลักของเหตุผลที่จะตอบคำถามได้จะเหมือนกันหมดทั้งโลก  นักกฏหมายอ่านแล้วจะต้องยอมรับ และยากต่อการที่จะปฏิเสธการวินิจฉัยของศาลไทย  ถือว่าแสดงถึงมาตรฐานของศาลไทย นักกฏหมายทั้งโลกที่ติดตามคดีนี้ ไม่สามารถจะมากล่าวหาว่าศาลไทยลำเอียง เหมือนศาลของกัมพูชาที่ตัดสินคดีของคนไทย คุณศิวลักษณ์ เมื่อเร็วๆ นี้  และที่ผ่านมาคุณทักษิณ  ก็ยอมรับ และได้เข้าต่อสู้คดีมาโดยตลอด  และขบวนการยุติธรรมก็เปิดโอกาสให้คุณทักษิณต่อสู้คดีนี้อย่างเต็มที่ ไม่ได้ปิดกั้น 

และการไต่สวนคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็ถือว่า  โจทย์และจำเลย มีฐานะเท่าเทียมกัน สามารถที่จะแสวงหาข้อเท็จจริงได้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่ระบบกล่าวหาที่ศาล  นั่งรอให้ผู้กล่าวหาไปหาพยานหลักฐานมากล่าวหาผู้ถูกกล่าวหาโดยที่ศาลไม่ต้องทำอะไร หรือจำเลยก็ต้องพยายามหาข้อแก้ตัวมายืนยันกับศาล เพื่อให้ศาลเชื่อว่าตัวเองไม่ผิด  แต่ในระบบไต่สวน ศาลไม่ได้นั่งรอการกล่าวหาของอัยการ หรือการแก้ต่างของจำเลยอย่างเดียว  ศาลก็ถามเองได้ และแสวงหา ค้นคว้าหลักฐาน  ด้วยตนเอง  จะเห็นได้ว่าคำวินิจฉัยที่ออกมาถือว่ายอดเยียมมาก  ขอยกตัวอย่างเมื่อเริ่มวินิจฉัย มติที่เป็นเอกฉันท์ ดังนี้
    

ประการที่หนึ่ง  มติที่ศาลพิจารณาคดีนี้ว่า  ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานี้มีอำนาจหรือไม่  มติเป็นเอกฉันท์  ๙-๐  ว่า ศาลฎีกานี้มีอำนาจที่จะพิจารณาคดีนี้ได้
    ประการที่สอง  วินิจฉัยว่า คตส. มีอำนาจตรวจสอบโดยชอบหรือไม่  มติเป็นเอกฉันท์  ๙-๐  ว่า  คตส.  มีอำนาจตรวจสอบโดยชอบ
    ประการที่สาม  มาเรื่องของการที่ว่า คำร้องนี้ควบคุมหรือไม่  มติเป็นเอกฉันท์  ๙-๐  ว่า  คำร้องนี้ควบคุม การฟ้องของอัยการควบคุม
    ประการที่สี่  ประเด็นที่คุณทักษิณ ปกปิดอำพรางหุ้น มีนอมินี่หรือไม่  มติเป็นเอกฉันท์  ๙-๐ เชื่อว่า  คุณทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ยังเป็นเจ้าของหุ้นชินคอร์ป ที่ขายให้บริษัทเทมาเส็ค ๑,๔๑๙  ล้านหุ้น       

การแปรสัมปทานเอื้อผลประโยชน์ให้ชินคอร์ป หรือไม่  อันนี้ เป็นเสียงข้างมากว่าเอื้อประโยชน์ให้ชินคอร์ป  ทำให้รัฐเสียหาย  และขบวนการแก้ไขสัญญาอัตราจัดเก็บภาษีระบบเติมเงิน หรือ  PREPAID  ทำให้รัฐเสีย หายหรือไม่  เสียงข้างมากบอกว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับ  AIS  และการเชื่อมต่อสัญญาณ หรือ ROMMING  เอื้อประโยชน์หรือไม่  เสียงข้างมากก็เห็นว่า คุณทักษิณมีส่วนเกี่ยวข้องและได้รับประโยชน์จาก การแก้ไขสัญญา  และจานดาวเทียมเอื้อประโยชน์ให้กับชินคอร์ปหรือไม่  เสียงข้างมากเห็นด้วยว่าเอื้อประโยชน์ให้ชินคอร์ป และบริษัทไทยคม  และการปล่อยเงินกู้ให้กับพม่า เอื้อประโยชน์ให้กับชินคอร์ปหรือไม่  เสียงข้างมากเห็นว่าเป็นการใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้กับชินแซทเทอไรท์ และธุรกิจบริษัทในเครือชินคอร์ป  และในที่สุดก็มีมติสรุปเสียงข้างมาก  ๗-๒  ให้ยึดเงิน  ๔.๖  หมื่นล้าน  ส่วนที่เหลือ  ๓.๐  หมื่นล้าน คืน ให้กับผู้ถูกร้อง


    คุณรังสิต คงจันทร์  ได้ถามต่อว่าการกระทำผิดกฏหมายจนเป็นสาเหตุให้ถูกยึดทรัพย์หลายกรณีที่  สร้างความเสียหายให้แก่รัฐ จะสามารถฟ้องเป็นคดีอาญาได้หรือไม่ และใครจะเป็นผู้ดำเนินการได้  ได้รับคำตอบจากคุณวีระ สมความคิด ว่าในกรณีนี้ จะต้องไปดูกันต่อตามข้อกฏหมายว่าจะดำเนินการได้หรือไม่  ใครจะเป็นผู้ดำเนินการ  ตนเองไม่ใช่นักกฏหมาย จึงไม่แน่ใจที่จะให้คำตอบได้ แต่ทราบข่าวว่าทางด้าน ปปช.  โดยท่านอาจารย์ วิชา มหาคุณ  จะยกเอาเรื่องการแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จของคุณทักษิณมาดำเนินการ

สุดท้าย คุณวีระ สมความคิด  ได้กล่าวขอบคุณพี่น้องคนไทยในสหรัฐอเมริกา และในต่างประเทศ ที่เป็นห่วงประเทศชาติบ้านเมือง  สิ่งที่พวกเราทำกันมาโดยการที่พยายามเปิดโปงการทุจริตคอรัปชั่นจนเป็นที่ประจักษ์แน่ชัด เมื่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้พิพากษาออกมาโดยเสียงข้างมากให้ยึดทรัพย์  ๔.๖  หมื่นล้าน ที่ได้มาจากการทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งศาลได้พิพากษาว่าคุณทักษิณ ผิดทุก  ประเด็นตามข้อกล่าวหาของอัยการสูงสุด ตรงนี้ก็จะได้เป็นการบอกคนทั้งโลกว่า สิ่งที่พี่น้องคนไทยจำนวนหนึ่งทำมา ไม่ได้เป็นการกล่าวหาอย่างเลื่อนลอย มันเป็นความจริงทุกประการ


            รายการเหตุบ้าน เหตุเมืองและสมัชชาประชาชนไทยแห่งอเมริกาเหนือขอชอบคุณ คุณวีระ สมความคิด
เป็นอย่างยิ่งที่มาพูดคุยในวันนี้