|
ไทกรแฉฮั้วซื้อคอมพ์ ชี้คนในสพฐ.เปิดช่อง ๓ บริษัทตัวแทนกินเรียบ |
|
|
|
|
ข่าวเด่น จากประชาชนอีสาน 19 จังหวัด -
ประชาชนภาคอีสาน 19 จังหวัด
|
|
เขียนโดย sptthai
|
|
ประธานชมรมไทยเป็นหนึ่งเดียวออกโรงแฉ การใช้งบไทยเข้มแข็งจัดซื้อคอมพิวเตอร์ สำหรับเป็นสื่อการเรียนการสอนของสพฐ.เมืองดอกคูน มีการล็อกสเปกปิดช่องทางผู้ค้ารายย่อยในท้องถิ่น เผยเอกสารระบุทั่วประเทศมีเพียง ๓ บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ประมูลได้ ร้องรัฐมนตรีตรวจสอบโดยด่วน
เมื่อเวลา ๑๐.๔๕ น. วันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๓ ที่สำนักงานชมรมไทยเป็นหนึ่งเดียว ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น นายไทกร พลสุวรรณ ประธานชมรมไทยเป็นหนึ่งเดียว พร้อมด้วยนายโยธิน วรารัศมี แกนนำเครือข่ายภาคประชาชนตรวจสอบการทำงานของรัฐ แถลงข่าวการทุจริตโครงการไทยเข้มแข็งของรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ ในการจัดซื้อคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอนของสถาบันการศึกษาในสังกัดสำนัก งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วประเทศ หลังมีการกำหนดคุณสมบัติ และกำหนดบริษัทประมูลงานเพียง ๓ รายเท่านั้น
นายไทกร พลสุวรรณ ประธานชมรมไทยเป็นหนึ่งเดียว เปิดเผยว่า จากข้อมูลการตรวจสอบร่วมระหว่างเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ พบว่ามีการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างหรือการประมูลงานในงบประมาณปี ๒๕๕๓ ในโครงการจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ให้กับโรงเรียนทั่วประเทศ ตามงบประมาณเร่งด่วนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ ๒ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้รับการจัดสรรงบประมาณเป็นจำนวนเงิน ๓,๔๒๒ ล้านบาท ซึ่งในปี ๒๕๕๓ จะต้องทำการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ ๑๒๐,๐๐๐ เครื่อง และคอมพิวเตอร์แบบโน๊ตบุ๊ค ๒๐,๐๐๐ เครื่องทั่วประเทศ โดยมีสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง และทำการส่งมอบเครื่องคอมพิวเตอร์ให้กับโรงเรียนที่ได้รับการจัดสรรตามขนาด ของแต่ละพื้นที่เขตการศึกษา ซึ่งจังหวัดขอนแก่นได้รับการจัดสรรคอมพิวเตอร์เขตละ ๔๐ โรงเรียน ใน ๕ เขตพื้นที่การศึกษาก็จะได้รับการจัดสรรเครื่องคอมพิวเตอร์ ๒๐๐ โรงเรียนตามขนาดของโรงเรียน เล็ก-กลาง-ใหญ่ แต่เมื่อมีการประกาศผลการประมูลงาน กลับพบว่ามีผู้จัดจำหน่ายคอมพิวเตอร์เพียง ๓ บริษัทเท่านั้นที่ชนะการประมูล และสามารถจัดส่งเครื่องคอมพิวเตอร์ให้กับโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นการทุจริตแบบล็อกสเปกหรือการแบ่งเค้ก อีกทั้งจากการตรวจสอบเอกสารหลักฐานการจัดทำโครงการดังกล่าวยังพบว่า มีการกีดกันการเข้าร่วมประมูลของกลุ่มบริษัทในพื้นที่ โดยไม่แจ้งรายละเอียดการประมูลและข้อกำหนดให้รับทราบ โดย ๓ บริษัทดังกล่าวประกอบด้วย บริษัท สุพรีมดิสตริบิวชั่น จำกัด, บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด และบริษัท สงขลาฟินิชชิ่ง จำกัด มีการเสนอค่าแป๊ะเจี๊ยะร้อยละ ๒-๓ โดยจะนำราคาส่วนลดมาจ่ายตรงให้กับผู้อำนวยการ สพฐ. และกรรมการจากเขตที่มีส่วนร่วมในโครงการประมูลคอมพิวเตอร์ครั้งนี้
“จาก เอกสารข้อมูลที่เชื่อถือได้พบว่า เขตพื้นที่การศึกษาทุกจังหวัดทั่วประเทศมีผู้ชนะการประมูลเพียงแค่ ๓ บริษัทเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ชอบมาพากลและส่อไปในทางทุจริตชัดเจน โดยเฉพาะกับการกำหนดคุณสมบัติ และแบ่งเค้กร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการมาถึงตัวแทน จำหน่ายที่จะเข้าร่วมประมูล ขณะที่นโยบายของรัฐบาล คือการเปิดโอกาสให้กลุ่มตัวแทนจำหน่ายคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ส่วนควบใน พื้นที่ มีโอกาสเข้าถึงเม็ดเงินที่รัฐจัดสรรให้ในแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง แต่กลับถูกกีดกันจากผู้มีอิทธิพลในกระทรวงศึกษาธิการ ดังนั้น การที่ตัวแทนจำหน่ายคอมพิวเตอร์ทั้ง ๓ บริษัท มีการจัดสรรแบบลงตัว โดยมีข้าราชการผู้ใหญ่ในระดับกระทรวงศึกษาธิการรับทราบ จึงกลายเป็นว่างบประมาณหลายพันล้านบาทมีการฮั้วแบบยกกำลัง ๓ เพราะขณะที่ผู้ที่มีอำนาจอนุมัติตรวจสอบระบบคอมพิวเตอร์ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ในเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด เป็นเพียงนักประชาสัมพันธ์ชำนาญการเท่านั้น” นายไทกร กล่าว
นายไทกร ยังกล่าวอีกว่า มีการรวบรวมเอกสารทั้งหมดเตรียมส่งให้กับคณะกรรมาธิการติดตามการใช้งบประมาณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) ในการรับเรื่องเพื่อตรวจสอบการทุจริตในโครงการดังกล่าวแล้ว โดยเฉพาะขบวนการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในงบประมาณ สำหรับการส่งเสริมการเตรียมการสอนให้กับเยาวชนในโรงเรียนในพื้นที่ชนบทห่าง ไกล พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเข้ามาตรวจสอบกับกรณี ดังกล่าว และสร้างความโปร่งใสในโครงการดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๙๑๐ วันศุกร์ที่ ๕ - วันจันทร์ที่ ๘ มีนาคม ๒๕๕๓
|