|
งานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ของสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทยที่โรงแรมรามาการ์เด้นเมื่อค่ำวันที่ 29 ธันวาคม 2552 ในโอกาสนี้ท่านนต.ประสงค์ สุ่นศิริ ประธานที่ปรึกษาสมัชชาฯได้ขึ้นกล่าวกับสมาชิกและผู้ร่วมงาน จึงถือโอกาสนี้แบ่งปันข้อคิดของท่านกับพี่น้องที่ไม่ได้ไปร่วมงานดังนี้
ทางเดินของชีวิตคนเรา เมื่อมีคนมาชวนทำบุญหรือทำบาป ผลนั้นจะตกอยู่กับเราเอง(ไม่ใช่คนชวน) เราชาวพุทธเชื่อเรื่องกรรม หากทำกรรมดีย่อมได้รับดี เราทุกคน ณ ที่นี้ได้ทำกรรมดีที่สั่งสมร่วมกันมาจึงได้มาพบมารู้จักกัน วันนี้เป็นวันสิ้นปีเก่าขึ้นปีใหม่ หากต้องการรู้ว่าปีใหม่ข้างหน้าเป็นอย่างไรอยู่ที่ตัวเราเอง หากทำดีแล้วดวงดาวบนท้องฟ้าก็ทำอะไรไม่ได้ วันนี้ขอพูด 2 เรื่องคือ
1. ทางเดินของคนเราก่อนที่จะก้าวเดินต่อไปต้องมองย้อนหลัง
2. คนเราอยู่ในบ้านเมือง ชีวิตของบ้านเมืองเป็นเรื่องสำคัญ เราจะอยู่ในบ้านเมืองที่มีทิศทางที่ไปถึงเป้าหมายในทางดี ถูกต้อง เป็นสุข บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร ใครจะเป็นคนนำไป
บ้านเมืองที่ผ่านมา 4-5 ปีโดยเฉพาะเป็น 4-5ปี ที่มีนักการเมืองนำพาบ้านเมืองในลักษณะเดินวน ปัญหาร้อยแปดพันเก้าติดต่อกันมา4-5 ปี จนมีรัฐประหารขับไล่ไปได้ รัฐบาลใหม่ก็ไม่ได้ใช้เวลา 1 ปี
ที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ต่อการชำระสะสางเพื่อไม่ให้ความเลวร้ายหวนกลับมา จึงเห็นได้ว่าความเลวร้ายได้
หมุนกลับมาอีก
บ้านเมืองไม่มีชีวิต แต่คนที่จะนำบ้านเมืองไปมี 2 พวก
1. ฝ่ายนักการเมือง และข้าราชการ
2. ฝ่ายประชาชน
4-5 ปี จนถึงวันนี้ บ้านเมืองได้ถูกฉุดรั้งด้วยคน 2 ประเภทนี้ เส้นทางเดินของบ้านเมืองเราทุกวันนี้
ถูกกำหนดให้เดินไปอย่างไรขึ้นอยู่กับฝ่ายการเมืองและข้าราชการประจำ ย้อนกลับไป 1 ปี บ้านเมือง
น่าจะมีความสุขมีรัฐบาลใหม่เข้ามา หวังว่าจะนำทางบ้านเมืองไปสู่ความเจริญ ดำรัสของในหลวง ชีวิตพระองค์ จะมีความสุขได้ก็ต่อเมื่อบ้านเมืองเจริญ มั่นคง ปกติสุข
ใครเป็นคนที่จะทำให้บ้านเมือง เจริญ มั่นคง ปกติสุข ก็คือฝ่ายการเมืองและข้าราชการประจำ ทั้งสองฝ่ายรับผิดชอบบ้านเมืองเท่าๆกัน
ข้าราชการประจำทำให้บ้านเมืองปกติสุขที่สุด แต่ที่ผ่านมาข้าราชการประจำตกอยู่ในการครอบงำของฝ่ายการเมือง ด้วยความไม่มั่นคงทางจิตใจของข้าราชการประจำจึงทำให้เกิดความเสียหาย ปีนี้ท่านน่าจะมีความสุขเพราะรัฐบาลตัวแทนที่ทำเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญทำให้บ้านเมืองเสียหาย พ้นอำนาจไป และเมื่อมีรัฐบาลใหม่ มองว่าเป็นใครประกอบด้วยใคร รัฐบาลใหม่เป็นรัฐบาลผสมเพื่อให้จัดตั้งรัฐบาลได้ มีการตกลงกันอย่างไรไม่รู้แต่เป็นการต่อรองกันในเรื่องผลประโยชน์และโผล่มาด้วยเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ 2550แก้ง่ายกว่า2540 รัฐธรรมนูญปี2540 ต้องผ่านไป 5 จึงแก้ไขได้ แต่รัฐธรรมนูญปี2550 แก้เมื่อไรก็ได้ เพียงมีเงื่อนไขต้องเป็นการแก้เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ถ้าแก้เพื่อผลประโยชน์ของคนใดคนหนึ่งเป็นการขัดรัฐธรรมนูญ
เราต้องการถนนการเมืองที่สะอาด แต่คนที่มาเดินบนถนนการเมืองสกปรก จึงทำให้ถนนการเมืองสกปรกไปด้วย
ความเจริญ มั่นคง ปกติสุข เป็นความห่วงใยของในหลวง หากต้องการให้ท่านมีความสุขก็ทำ 3 อย่างนี้ให้ดี
แต่หลังรับสั่งแล้วไม่มีฝ่ายการเมืองใดได้กระทำทั้ง 3 สิ่งนี้ บ้านเมืองไม่มั่นคง ไม่ปกติสุขเพราะอะไร แบ่งแยกเป็นสี เป็นพวกเพราะอะไร รัฐบาลไม่ได้ทำ 3 สิ่งนี้ ไม่หาหนทางปฏิบัติ ท่านรู้สึกผิดหวังแต่ไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะไม่มีหน้าที่
เมื่อฝ่ายการเมืองและข้าราชการประจำเป็นเช่นนี้ ก็ไม่อาจหวังให้บ้านเมืองเจริญ มั่นคง เป็นปกติสุข ได้แต่พูด ไม่มีการปฏิบัติอย่างจริงจัง ไม่เคยมีในยุคไหนที่ข้าราชการประจำจะตกเป็นเบี้ยล่างของนักการเมืองได้เท่ายุคนี้ ข้าราชการทหาร ตำรวจ แบ่งฝักแบ่งฝ่ายเอาตัวรอดไปวันๆ จึงเหลือเพียงฝ่ายประชาชน
ประชาชนเป็นพื้นฐานสำคัญของบ้านเมือง แต่ประชาชนก็ขึ้นอยู่กับข้อมูล ข่าวสาร เมื่อข้อมูลข่าวสารไปไม่ถึง ความรู้ ความเข้าใจในบ้านเมืองไม่มี ประชาชนเองก็มีเรื่องวิถีชีวิตของเขา การกินอยู่ การรักษาพยาบาลสาธารณสุข การศึกษา ผู้มีหน้าที่ให้ข้อมูลที่แท้จริงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลเพราะมีสื่อทั้ง ทีวี วิทยุ สามารถชี้นำให้ข้อมูลกับประชาชน แต่ที่ผ่านมามีแต่มอมเมาประชาชนไปวันๆ รัฐบาลไม่ได้เอาใจใส่ทำเรื่องเหล่านี้ให้กับประชาชน รัฐบาลไม่ทำ ทำไม่เป็นหรือไม่อยากทำเพราะตัวเองได้ประโยชน์
ชีวิตคนเราเลือกทางชีวิตดีหรือไม่ บ้านเมืองก็เช่นกันเลือกทางดีหรือไม่ดี ทางดีคือเจริญ มั่นคง เป็นปกติสุขไม่มีใครหรืออะไรจะต้านทานอำนาจของประชาชนได้ หากเรามีหนทางปฏิบัติให้เป็นระบบ องค์กรภาคประชาชน สมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทยจะต้องเติบใหญ่ให้เข้มแข็ง ไม่ต้องคิดว่าจะต้องตั้งพรรคการเมืองถึงเวลาจะเข้าไปทำหน้าที่เอง
ในการเริ่มต้นของสปท.จะเป็นองค์การภาคประชาชนต่อไป เราขยายตัวต่อไป สร้างบุคคลากร สร้างระบบ
ให้เกิดความมั่นคงเติบใหญ่ขึ้น
ในโอกาสปีใหม่นี้ให้ฝากข้อคิดว่าเราจะทำกันอย่างไรทั้งชีวิตเรา ชีวิตทางการเมืองและสมัชชาจะทำอย่างไรกันต่อไป ขอพระบารมีในหลวง พระราชินี พระสยามเทวาธิราชได้ปกปักรักษาประเทศไทยและสำหรับสปท.
ขอให้เป็นหน่วยองค์กรที่สร้างชาติบ้านเมืองไปสู่ ความเจริญ มั่นคงและเป็นปกติสุขให้ได้
|